นอกจากจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับอสังหาหรือทรัพย์หุ้นที่เราต้องการจะลงทุนแล้ว การเรียนรู้เกี่ยวกับด้านของ “การวิเคราะห์กราฟ” ย่อมเป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน เพื่อที่เราจะสามารถคาดคะเนความเป็นไปของตลาดได้ตามหลักสถิตินั้นเองครับ บทความนี้จะขอพาท่านผู้อ่านไปเรียนรู้เกี่ยวกับ “การวิเคราะห์กราฟบน MT5 ด้วยเครื่องมือเทคนิคต่างๆ” กันครับ จะใช้งานเครื่องวิเคราะห์บน MT5 อย่างไรบ้างนั้น…เราไปชมพร้อมๆ กันเลยครับ
เครื่องมือสำหรับช่วยเหลือในการวิเคราะห์กราฟบน MT5
การวิเคราะห์กราฟบน MT5 ด้วยเครื่องมือเทคนิคต่างๆ เป็นหัวใจสำคัญของการเทรดเลยก็ว่าได้ครับ MT5 มีเครื่องมือที่หลากหลายและทรงพลังมาก ช่วยให้นักเทรดสามารถวิเคราะห์แนวโน้ม, จุดเข้า-ออก, และระดับความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น ซึ่ยกตัวอย่างได้ดังต่อไปนี้
1. Timeframes (กรอบเวลา) ก่อนจะลงรายละเอียดเครื่องมืออื่น ๆ สิ่งแรกที่คุณต้องเข้าใจคือ Timeframes ครับ MT5 มี Timeframes ให้เลือกมากถึง 21 แบบ (เทียบกับ 9 แบบใน MT4) ซึ่งช่วยให้คุณวิเคราะห์ตลาดได้หลายมุมมอง:
- นาที (M): M1, M2, M3, M4, M5, M6, M10, M12, M15, M20, M30 (แต่ละแท่งเทียนแสดงการเคลื่อนไหวของราคาในระยะเวลาที่ระบุ)
- ชั่วโมง (H): H1, H2, H3, H4, H6, H8, H12
- วัน (D): D1 (Daily)
- สัปดาห์ (W): W1 (Weekly)
- เดือน (MN): MN (Monthly)
ประโยชน์: การวิเคราะห์หลาย Timeframes (Multi-Timeframe Analysis) ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของแนวโน้มใหญ่ (จาก Timeframe ใหญ่) และหาจุดเข้า-ออกที่ดีที่สุด (จาก Timeframe เล็ก)
2. Technical Indicators (ตัวชี้วัดทางเทคนิค) MT5 มี Built-in Indicators ถึง 38 ตัว (มากกว่า MT4 ที่มี 30 ตัว) และยังสามารถดาวน์โหลดหรือสร้าง Custom Indicators เพิ่มเติมได้อีกมากมาย Indicators แบ่งเป็นกลุ่มหลักๆ ได้ดังนี้:
ก. Trend Indicators (ตัวชี้วัดแนวโน้ม): ช่วยระบุทิศทางและความแข็งแกร่งของแนวโน้มราคา
- Moving Averages (MA): (เช่น Simple Moving Average, Exponential Moving Average) แสดงราคาเฉลี่ยในช่วงเวลาหนึ่ง ช่วยให้เห็นแนวโน้มที่ราบรื่นขึ้น และใช้เป็นแนวรับแนวต้านแบบไดนามิกได้
- วิธีใช้: ไปที่ Insert > Indicators > Trend > Moving Average แล้วตั้งค่า Period (จำนวนแท่งเทียนที่ใช้คำนวณ), Method (วิธีการคำนวณ), Apply to (ใช้กับราคาใด เช่น Close, Open)
- Bollinger Bands (BB): แสดงความผันผวนและขอบเขตราคา โดยมีเส้นค่าเฉลี่ยอยู่ตรงกลาง และมีแถบด้านบน-ล่างที่ปรับตามความผันผวนของราคา ใช้ระบุ Overbought/Oversold หรือสัญญาณกลับตัว
- วิธีใช้: ไปที่ Insert > Indicators > Trend > Bollinger Bands
- Ichimoku Kinko Hyo: เป็น Indicator ที่ซับซ้อนแต่ให้ข้อมูลครบวงจรเกี่ยวกับแนวโน้ม, โมเมนตัม, แนวรับแนวต้าน, และสัญญาณเทรด
- วิธีใช้: ไปที่ Insert > Indicators > Trend > Ichimoku Kinko Hyo
ข. Oscillators (ออสซิลเลเตอร์): ใช้ระบุสภาวะ Overbought (ซื้อมากเกินไป) และ Oversold (ขายมากเกินไป) ของตลาด รวมถึงโมเมนตัมและการกลับตัวของราคา มักจะแสดงในหน้าต่างแยกต่างหากใต้กราฟราคา
- Relative Strength Index (RSI): วัดความแข็งแกร่งของการเคลื่อนไหวของราคา ใช้ระบุ Overbought (ปกติ > 70) และ Oversold (ปกติ < 30)
- วิธีใช้: ไปที่ Insert > Indicators > Oscillators > Relative Strength Index
- MACD (Moving Average Convergence Divergence): แสดงความสัมพันธ์ระหว่างค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 2 เส้น ใช้ระบุการเปลี่ยนแปลงของโมเมนตัมและสัญญาณการกลับตัว
- วิธีใช้: ไปที่ Insert > Indicators > Oscillators > MACD
- Stochastic Oscillator: เปรียบเทียบราคาปิดปัจจุบันกับช่วงราคาสูงสุด-ต่ำสุดในช่วงที่กำหนด ใช้ระบุ Overbought/Oversold และสัญญาณกลับตัว (เช่นเดียวกับ RSI)
- วิธีใช้: ไปที่ Insert > Indicators > Oscillators > Stochastic Oscillator
- Awesome Oscillator (AO): พัฒนาโดย Bill Williams ใช้ระบุโมเมนตัมและการเปลี่ยนแปลงแนวโน้ม
- วิธีใช้: ไปที่ Insert > Indicators > Bill Williams > Awesome Oscillator
ค. Volume Indicators (ตัวชี้วัดปริมาณการซื้อขาย): แสดงปริมาณการซื้อขายในแต่ละช่วงเวลา
- Volumes: แสดงปริมาณการซื้อขาย (ปริมาณที่เกิดขึ้นจริง หรือ Ticks Volume) เป็นแท่งบาร์ด้านล่างกราฟ มักใช้ยืนยันความแข็งแกร่งของแนวโน้ม
- วิธีใช้: ไปที่ Insert > Indicators > Volumes > Volumes
3. Analytical Objects / Drawing Tools (วัตถุกราฟิก / เครื่องมือวาด) MT5 มี Analytical Objects ให้ถึง 44 แบบ (มากกว่า MT4 ที่มี 31 ตัว) ใช้สำหรับวาดเส้น, รูปทรง, และเครื่องมือทางเทคนิคต่างๆ บนกราฟ เพื่อช่วยในการวิเคราะห์
วิธีใช้: เครื่องมือเหล่านี้ส่วนใหญ่จะอยู่ใน “Line Studies Toolbar” ด้านบนกราฟ หรือสามารถไปที่ Insert > Objects ได้
- Lines (เส้น):
- Trend Line: ใช้ลากเชื่อมจุดต่ำสุดที่สูงขึ้น (Uptrend) หรือจุดสูงสุดที่ต่ำลง (Downtrend) เพื่อระบุแนวโน้ม
- Horizontal Line: ใช้ระบุแนวรับ (Support) และแนวต้าน (Resistance) ที่สำคัญ
- Vertical Line: ใช้ระบุเวลาหรือเหตุการณ์สำคัญบนกราฟ
- Equidistant Channel: ใช้ลากช่องแนวโน้ม (Channel) เพื่อดูการเคลื่อนที่ของราคา
- Fibonacci Tools (เครื่องมือ Fibonacci):
- Fibonacci Retracement: ใช้ระบุระดับราคาที่เป็นไปได้ที่ราคาจะย่อตัวกลับมา (Retrace) ก่อนที่จะไปต่อในทิศทางเดิม
- Fibonacci Expansion: ใช้ระบุเป้าหมายราคาที่เป็นไปได้เมื่อราคาเคลื่อนที่ตามแนวโน้ม
- Fibonacci Time Zones: ใช้ระบุช่วงเวลาที่เป็นไปได้ที่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงแนวโน้ม
- Geometric Shapes (รูปทรงเรขาคณิต): Rectangle (สี่เหลี่ยม), Triangle (สามเหลี่ยม), Ellipse (วงรี) ใช้เน้นพื้นที่สำคัญบนกราฟ หรือระบุรูปแบบราคา (Chart Patterns)
- Arrows (ลูกศร) และ Text (ข้อความ): ใช้ทำเครื่องหมายหรือเขียนบันทึกบนกราฟ
- Gann Tools และ Elliott Tools: เครื่องมือขั้นสูงสำหรับการวิเคราะห์วัฏจักรและโครงสร้างคลื่นของราคา
- หากต้องการแก้ไขหรือลบ: คลิกขวาที่เส้น/วัตถุบนกราฟ แล้วเลือก “Properties” (เพื่อแก้ไข) หรือ “Delete” (เพื่อลบ)
4. Chart Types (ประเภทกราฟ) MT5 มี 3 ประเภทกราฟหลักๆ ให้เลือก ซึ่งอยู่บน Charts Toolbar หรือคลิกขวาที่กราฟ:
- Bar Chart (กราฟแท่ง): แสดงราคาเปิด-ปิด, สูงสุด-ต่ำสุด เป็นรูปแท่ง
- Candlestick Chart (กราฟแท่งเทียน): นิยมใช้มากที่สุด ให้ข้อมูลราคาเปิด-ปิด, สูงสุด-ต่ำสุด พร้อมสีของแท่งเทียนที่บอกทิศทางราคา
- Line Chart (กราฟเส้น): แสดงราคาปิดเท่านั้น เป็นเส้นเชื่อมต่อกัน ให้ภาพรวมแนวโน้มที่เรียบง่าย
5. Economic Calendar (ปฏิทินเศรษฐกิจ)
MT5 มีปฏิทินเศรษฐกิจในตัวแพลตฟอร์ม (อยู่ในหน้าต่าง Terminal / Toolbox แท็บ Calendar) ซึ่งสำคัญมากสำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) ข่าวเศรษฐกิจเหล่านี้มีผลกระทบต่อราคาอย่างมาก
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเครื่องมือวิเคราะห์กราฟบน MT5 ทั้ง 5 ที่เราได้นำมาอธิบายให้กับท่านผู้อ่านได้ชมได้ศึกษากัน คิดว่าน่าจะเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ที่ดีสำหรับทุกๆ ท่าน ไม่มากก็น้อยนะครับ
