
พ่อแม่ทุกคนจะเห็นได้เลยว่า ในปัจจุบันเด็กส่วนใหญ่เริ่มมีอาการสมาธิสั้นกันมากขึ้นกว่าเดิม ยิ่งเด็กที่อยู่ในวัยเรียนมีอายุตั้งแต่ 7-12 ปี จะมีอาการสมาธิสั้นได้มากกว่าวัยอื่น ๆ โดยเด็กที่มีสมาธิสั้น หรือมีปัญหาจากสมาธิบกพร่องนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นในเรื่องของการรอคอยได้ยาก หรือมีการเคลื่อนไหวมากเกินไป ดังนั้นหากลูกใครที่มีอาการในลักษณะนี้ ควรสังเกตให้ดีว่าลูกของตนเองเข้าข่ายโรคสมาธิสั้นหรือไม่ เพื่อเข้ารับการรักษาได้อย่างรวดเร็ว
รู้จักกับโรคสมาธิสั้น มีลักษณะอย่างไร
โรคสมาธิสั้นจะหมายถึงโรคที่เกิดจากปัญหาการไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ซึ่งโรคสมาธิสั้นจะต้องเป็นมาตั้งแต่เด็ก โดยจะมีอาการหลัก ๆ คือ ไม่สามารถควบคุมสมาธิได้ ส่วนมากมักจะอยู่ไม่นิ่ง หรืออยู่นิ่งได้ไม่นานเท่าไหร่นัก แต่จะมีทั้งรูปแบบซนหรือเหม่อลอยก็ได้เช่นกัน ส่วนใหญ่แล้วสมาธิสั้นแบบเหม่อลอยมักจะพบได้ในเด็กผู้หญิงเป็นหลัก หากเป็นเด็กผู้ชายส่วนใหญ่แล้วมักจะมาในรูปแบบของการซน อยู่ไม่นิ่ง หรือไฮเปอร์เกินกว่าเหตุนั่นเอง
สาเหตุของโรคสมาธิสั้น เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง
สำหรับสาเหตุของการเกิดโรคนี้ คือ เกิดจากระดับของสารสื่อประสาทในสมอง คือ นอร์อีพิเนฟฟรีน และโดปามีนในสมอง บริเวณผิวสมองส่วนหน้า และนิวเคลียสแอ็กคัมเบ็นส์ของคนที่เป็นโรคสมาธิสั้นจะมีน้อยกว่าคนปกติ ดังนั้นหากพ่อแม่คนไหนสงสัยว่าลูกของตนเองเป็นโรคสมาธิสั้นหรือไม่ แนะนำให้พาลูกไปตรวจอย่างละเอียด เพราะการรักษาโรคสมาธิสั้นจะต้องใช้ยาในการรักษาอย่างเดียวเท่านั้น เพื่อช่วยเพิ่มระดับสารสื่อประสาทที่สมองให้เพิ่มขึ้นจนเป็นปกติ และในปัจจุบันยาที่ช่วยรักษาโรคสมาธิสั้นได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ว่า สามารถรักษาโรคสมาธิสั้นได้จริง
แนะนำวิธีเพิ่มสมาธิให้เด็กสมาธิสั้น มีวิธีช่วยอย่างไรบ้าง
นอกจากการรักษาโรคสมาธิสั้นด้วยการใช้ยาแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กจะเป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่จะช่วยรักษาได้เช่นเดียวกัน แต่จะต้องใช้ความร่วมมือของพ่อแม่ เพื่อช่วยรักษาได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม อย่างเช่น
- ฝึกให้ลูกนั่งทำงานอย่างต่อเนื่องด้วยการใช้นาฬิกาจับเวลา และเมื่อลูกสามารถทำงานได้ครบตามเวลาที่กำหนดแล้ว ให้ชื่นชมและค่อย ๆ เพิ่มเวลาในครั้งหน้า
- ฝึกให้ลูกนั่งสมาธิเพื่อให้เด็กรู้สึกสงบได้มากยิ่งขึ้น และเปิดเพลงคลอเบา ๆ โดยไม่ให้มีสิ่งอื่นเข้ามารบกวน
- เพิ่มกิจกรรมในการสร้างสมาธิที่หลากหลาย เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยการฝึกสมาธิอย่างต่อเนื่อง เช่น การเล่นกีฬา หรือการวาดรูป เป็นต้น
โรคสมาธิสั้นจะเป็นโรคที่เกิดขึ้นจากสมอง โดยส่วนใหญ่แล้วจะสามารถเห็นได้ชัดตั้งแต่เด็ก ๆ ดังนั้นพ่อแม่ทุกคนควรรู้จักสังเกตและให้ความสำคัญกับลูกให้มากที่สุด เพื่อสังเกตเห็นความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว และเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง และเหมาะสมมากที่สุด
